
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
(e-passport)
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
(e-passport) คืออะไร?
คือ หนังสือเดินทางที่มีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค
(Technical Specifications) ตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
(ICAO) ซึ่งแตกต่างจาก หนังสือเดินทางแบบเดิม ดังนี้
-
มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (biometric
data) ได้แก่ ลายนิ้วมือ รูปใบหน้า ไว้ใน Contactless
Integrated Circuit ซึ่งฝังอยู่ในเล่มหนังสือเดินทาง
-
สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง Automatic
Gate ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยมีการตรวจพิสูจน์โดยอัตโนมัติเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในหนังสือเดินทางกับผู้ถือหนังสือเดินทาง
(1: 1)
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่าหนังสือเดินทางแบบเดิมอย่างไร
-
สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้สูง
เป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ
การลักลอบเข้าเมือง ฯลฯ
-
สามารถตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลได้แม่นยำและรวดเร็ว
อำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง การเข้าเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยว
-
เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ
ทำให้หนังสือเดินทางไทยมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากลยิ่งขึ้น
ส่งผลต่อเนื่องทางบวกด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ
หลักฐานการขอมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคลทั่วไป
บัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก
การยื่นคำร้อง
การยื่นคำร้อง ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง
เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (ถ่ายภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ)
โดยมีขั้นตอนดังนี้
- รับบัตรคิว
- พบเจ้าหน้าที่เพื่อวัดส่วนสูงเก็บข้อมูลชีวภาพ
ถ่ายรูปและเก็บลายพิมพ์นิ้วมือด้วยเครื่องสแกนเนอร์
นิ้วชี้ขวาและซ้ายข้างละ 2 ครั้ง
- ลงชื่อในใบคำร้อง
- ชำระเงินค่าธรรมเนียม
- รับใบเสร็จรับเงินและใบนัดจ่ายเล่ม
ค่าธรรมเนียม
กระทรวงการต่างประเทศยังคงคิดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่าหนังสือเดินทางที่ใช้ในปัจจุบัน
คือ ราคาเล่มละ 1,000 บาทและมีอายุใช้งาน 5 ปี เช่นเดียวกับหนังสือเดินทางปัจจุบันแต่ได้เพิ่มหน้าจากเดิม
32 หน้าเป็น 50 หน้า
การต่ออายุหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
- เพื่อให้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงสุด
จึงกำหนดให้หนังสือเดินทางชนิดนี้มีอายุ ใช้งาน
5 ปี
- หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีการต่ออายุ
แต่จะออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่แทนเล่มเดิม
- ไม่อนุญาตให้ลงบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความใด
ๆ (เช่นการขอเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล) ของผู้ถือหนังสือเดินทางลงในเล่มหนังสือเดินทาง
เพื่อป้องกันปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของข้อมูลตัวบุคคลที่บันทึกไว้ในหน้าหนังสือเดินทางซึ่งอาจขัดแย้งกับข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วในไมโครชิพ
ดังนั้นหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้วต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่
การเพิ่มหน้าประทับตรวจลงตรา(visa)
ในเล่มหนังสือเดินทาง
ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
เข้า-ออกราชอาณาจักรบ่อยครั้ง ทำให้หน้าวีซ่าหมดก่อนอายุของหนังสือเดินทาง
ซึ่งในระบบเดิมสามารถเพิ่มหน้าวีซ่าได้ สำหรับหนังสือเดินทางระบบใหม่
ผู้ถือหนังสือเดินทางฯ ไม่สามารถยื่นคำร้องขอเพิ่มหน้าได้
ทั้งนี้ เนื่องจาก
- สถานทูตสถานกงสุลของต่างประเทศหลายแห่งปฏิเสธการตรวจลงตราบนใบเพิ่มหน้าเนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ได้มาตรฐานสากลและง่ายต่อการปลอมแปลง
- ใบเพิ่มหน้าก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในการค้นหาตราประทับการตรวจลงตรา
และเห็นว่า ควรยกเลิกการใช้ใบเพิ่มหน้าเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
- หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องอ่านด้วยเครื่องอ่าน
(reader) หากมีการเพิ่มหน้าในหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
จะทำให้เล่มมีความหนามากกว่าช่องวางหนังสือเดินทางที่ติดตั้ง
ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองในต่างประเทศ การไม่สามารถวางหนังสือเดินทางบนเครื่องอ่าน
จะทำให้การอ่านข้อมูลในไมโครชิพมีปัญหาจะทำให้ผู้ถือจะไม่ได้รับความสะดวกในการเข้าเมือง
ระยะเวลาเริ่มใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
กำหนดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
ดังนี้
- ระยะแรก (26 พฤษภาคม 2548) เปิดให้บริการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภททูตและราชการ
ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
- 1 มิถุนายน 2548 เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์โครงการนำร่องสำหรับประชาชนวันละประมาณ
100 เล่ม ที่กรมการกงสุล อาคารถนนแจ้งวัฒนะ เพียงแห่งเดียว
โดยประชาชนสามารถยื่นคำขอหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไปจนถึงวันที่
29 กรกฎาคม 2548 สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถใช้ต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุ
- ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2548 เป็นต้นไป
เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกแห่ง
ทั้งที่กรมการกงสุล สำนักงานสาขาทั้งในกรุงเทพฯ
(ปิ่นเกล้า บางนา) ต่างจังหวัด (ขอนแก่น เชียงใหม่
และหาดใหญ่) และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศทั้ง
86 แห่ง ทั่วโลก
การรับเล่ม
- ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการภายหลังจากวันยื่นคำร้อง
- โดยที่กระทรวงฯได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จำลองเพื่อผู้ร้องสามารถทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยอัตโนมัติไว้
1 เครื่อง ที่กรมการกงสุล ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มารับเล่มด้วยตนเอง
เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคย กับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
- ในกรณีจำเป็น อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน/อาจร้องขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ

ขั้นตอนการยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่
- ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง เพื่อบันทึกข้อมูลชีวภาพ
ได้แก่ รูปใบหน้าและลายนิ้วมือ
ในไมโครชิพซึ่งฝังไว้ในเล่มหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยมีขั้นตอนการยื่นคำร้อง ดังนี้
- รับบัตรคิว
- ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก(หากไม่มีเลข
13 หลัก ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง) พร้อมเอกสารหลักฐานอื่น
ๆ ที่จำเป็น อาทิ หากเปลี่ยนชื่อสกุล ต้องมีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ
นามสกุล ทะเบียนสมรส ฯลฯ มาแสดง เพื่อตรวจสอบข้อมูล
(เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- บันทึกข้อมูลชีวภาพ (วัดส่วนสูง เก็บลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วชี้ซ้ายและนิ้วชี้ขวาด้วยเครื่องสแกนเนอร์
และถ่ายรูปใบหน้า )
- แจ้งความประสงค์ขอรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วน
ลงทะเบียน (EMS) เสียค่าธรรมเนียมเพียง 35 บาท
ให้เจ้าหน้าที่ทราบ หากต้องการรับเล่มทางไปรษณีย์
ซึ่งเป็นบริการเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ร้องโดยผู้ร้องไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมารับเล่มด้วยตนเอง
- ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท รับใบเสร็จรับเงิน
และรับใบนัดรับเล่ม พร้อมชำระค่าธรรมเนียมไปรษณีย์ด่วน
ลงทะเบียน 35 บาท หากได้แจ้งความประสงค์จะรับเล่มทางไปรษณีย์
ท่านจะได้รับหนังสือเดินทาง ดังนี้
- หากยื่นที่กรมการกงสุล ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้
2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน
5 วันทำการ
- หากยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้าและบางนา)
ผู้ร้องจะได้รับเล่มภายใน 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง
หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
- กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัดและขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ผู้ร้อง
(ในเขตเมือง) จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ
- คำแนะนำ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติจำลองที่กรมการกงสุล
1 เครื่อง เพื่อให้ผู้ร้องทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอีเล็กทรอนิกส์
จึงใคร่ขอแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มารับเล่มด้วยตนเองทดสอบการใช้งาน
เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
- ในกรณีจำเป็น ไม่สามารถมารับเล่มด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนหรือแจ้งความประสงค์ขอรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วน
ลงทะเบียน (EMS)
แนวทางปฏิบัติ การรับเล่มหนังสือเดินทาง
1. กรณีต้องนำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติมในวันรับเล่ม
เอกสารที่ตำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ (พร้อมสำเนา)
2. นำหนังสือเดินทางเล่มเดิมมายกเลิก เพื่อรับหนังสือเดินทางฉบับใหม่
3. หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับหนังสือเดินทางแทน ให้กรอกข้อความการมอบอำนาจใน
ใบรับหนังสือเดินทาง พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอหนังสือเดินทางและของผู้รับแทน
*** เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาอ่านวิธีการรับหนังสือเดินทางใน
ใบรับหนังสือเดินทาง
บุคคลบรรลุนิติภาวะ
- เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลบรรลุนิติภาวะ
- บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ
บัตรข้าราชการ หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับจริง
(ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย)
- หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด
ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย
หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด
ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย
ทั้งนี้ เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
- ค่าธรรมเนียม
- การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม
1,000 บาท
ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี
ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า
15 ปี
ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องนำสูติบัตรฉบับจริงมาแสดง
หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจาก อำเภอ/เขตหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
พร้อมบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครอง หากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง
สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ พร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาและ/หรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริงมาแสดง
ทั้งนี้หนังสือมอบอำนาจและหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศต้องเป็นเอกสารที่อำเภอ/เขตออกให้
- เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า
15 ปี
- สูติบัตรฉบับจริง หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากอำเภอ/เขตหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
- บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งานของบิดา
มารดา หรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริง หรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย
หากชื่อ นามสกุลของบิดา มารดาในสูติบัตรไม่ตรงกับชื่อ
นามสกุลของบิดา มารดาในบัตรประจำตัวประชาชน
ให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุลที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย
- ในกรณีที่มารดาหย่า และจดทะเบียนสมรสใหม่
และใช้นามสกุลใหม่ตามสามีให้นำหลักฐานการหย่าและการจดทะเบียนสมรสที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย
- ในกรณีที่บิดา/มารดาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในการยื่นคำร้อง
ต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตและอำเภอออกให้
พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา มารดาที่ไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
- เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ
หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากเขตหรืออำเภอ)
อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรอง
บุตรหรือรับบุตรบุญธรรม บันทึกการหย่า ซึ่งมีข้อความระบุให้บุตรอยู่ในความดูแลของบิดา
หรือมารดา เป็นต้น
- กรณีบิดา/มารดาผู้เยาว์เสียชีวิต บิดาหรือมารดาผู้เยาว์เป็นชาวต่างชาติมิได้จดทะเบียนสมรสและไม่สามารถตามหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาให้ความยินยอมได้
หรือกรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาโดยตลอด
และไม่สามารถตามหามารดามาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้
ให้นำคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครอง
พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน(ฉบับจริง)ของผู้มีอำนาจปกครองมาแสดง
- ค่าธรรมเนียม
- การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม
1,000 บาท
ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์
ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุ 15
ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปี บริบูรณ์
ผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20
ปีบริบูรณ์ ที่ทำบัตรประชาชนแล้วสามารถติดต่อขอทำหนังสือเดินทางด้วยตนเอง
โดยต้องมีหนังสือยินยอมของบิดาและมารดา หรือ ผู้มีอำนาจปกครองที่ยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง
หากไม่มีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง
ให้บิดาและมารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำร้อง
พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) หากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาลงนามในวันยื่นคำร้อง
ให้มาลงนามในวันรับเล่ม หากในวันรับเล่มไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้
ต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง
พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาแสดง
โปรดทราบ เพื่อความสะดวกในวันรับเล่ม บิดามารดาหรือผู้ปกครองควรมาลงนามในวันยื่นคำร้อง
เพราะการมาลงนามในวันรับเล่ม นอกจากท่านจะไม่สามารถขอรับเล่มทางไปรษณีย์แล้ว
ท่านจะต้องเสียเวลารอการบันทึกเอกสารลงในระบบอีกด้วย
- เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์ที่มีอายุ
15 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์
- บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน(ฉบับจริง)
หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวง มหาดไทย
- หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้
พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ
หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากเขตหรืออำเภอ)
อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรมใบสำคัญการสมรส
ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้าน คำสั่งศาลกรณีระบุผู้มีอำนาจปกครองแทนบิดามารดา
เป็นต้น
- ค่าธรรมเนียม
- การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000
บาท
ความหมายของผู้มีอำนาจปกครอง
- กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรส บิดาและมารดาต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในคำร้องขอหนังสือเดินทาง
หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาลงนามในวันที่ผู้เยาว์ยื่นคำร้อง
ให้มาลงนามในวันรับเล่มได้ หรือมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง
พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดามารดาที่มีอายุใช้งาน
- กรณีที่ผู้มีอำนาจปกครองอยู่ต่างประเทศ ให้ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ
ผ่านสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนักอยู่
- หากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ปกครองไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองและประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน
ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ
โดยหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ต้องผ่านการรับรองจาก เขต/อำเภอ
หรือ สถานทูต/สถานกงสุล
- กรณีบิดามารดาจดทะเบียนหย่า ให้ผู้มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ตามที่ระบุในบันทึกการหย่าเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงทะเบียนหย่า
และบันทึกการหย่า(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- ผู้เยาว์ที่เกิดจากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส
เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดาสามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว
โดยให้นำบันทึกคำให้การ(ป.ค.14)จากอำเภอ/เขตยืนยันว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสมาแสดงพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุใช้งานที่ระบุคำนำหน้าเป็น
นางสาว ต่อเจ้าหน้าที่รับคำร้อง
- ผู้เยาว์ที่เกิดจากมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
แต่ใช้คำนำหน้า นาง สามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว โดยให้นำหนังสือรับรองการอุปการะบุตรแต่เพียงผู้เดียว(ป.ค.14)จากอำเภอ/เขต
มาแสดง
- ผู้เยาว์ที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอม
บิดาไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว
เว้นแต่ว่ามีคำสั่งศาลมาแสดงว่าศาลให้บิดาเป็นผู้อุปการะผู้เยาว์แต่ผู้เดียว
ทั้งนี้ คำสั่งศาลต้องเป็นเอกสารที่ศาลได้รับรองสำเนาถูกต้อง
- บิดามารดายกผู้เยาว์ให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น
ไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ
แทนบิดามารดาบุญธรรม ต้องให้บิดา มารดาบุญธรรมเป็นผู้ลงนาม
- เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ
หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวเท่านั้น
ข้อควรปฏิบัติในวันมายื่นคำร้อง
- กรณีผู้เยาว์ บิดาและมารดา ทั้งสองฝ่าย หรือผู้มีอำนาจปกครองต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง
- หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาลงนามในวันที่ผู้เยาว์ยื่นคำร้อง
แม้จะได้รับการอนุโลมให้มาลงนามในวันรับเล่มแต่ก็จะไม่ได้รับความสะดวกในวันรับเล่ม
เพราะต้องเสียเวลารอการบันทึกข้อมูลเอกสารในระบบและไม่สามารถใช้บริการรับเล่มทางไปรษณีย์
ดังนั้น จึงควรมายื่นคำร้องในวันที่บิดาและมารดา
ทั้งสองฝ่ายพร้อมและสามารถมาลงนามได้
- หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ
ต้องเป็นเอกสารที่อำเภอ/เขต หรือเขตออกให้
- บัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับและยังมีอายุใช้งาน
- เอกสารประกอบอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล
ทะบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมฯลฯ
ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากเขต/อำเภอ
หรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
- ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน หากนำเอกสารมาแสดงในวันยื่นคำร้องไม่ครบถ้วน
แม้จะได้รับการอนุโลมให้นำมาแสดงเพิ่มเติมในวันรับเล่ม
แต่จะทำให้การรับเล่มล่าช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการบันทึกข้อมูลเอกสารที่นำมาแสดงเพิ่มเติมลงในระบบให้ครบถ้วน
หนังสือเดินทางพระ
เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางพระภิกษุสามเณร
- เอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ
ตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม ว่า ด้วยวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร
(หนังสืออนุมัติจาก ศ.ต.ภ.)
- ใบสุทธิพระภิกษุสามเณร
- สำเนาทะเบียนบ้าน/วัด
- สำเนาใบตราตั้ง กรณีประสงค์ให้ระบุสมณศักดิ์ในหนังสือเดินทาง
- ค่าธรรมเนียม
- การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000
บาท
หนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์
เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์
- หนังสือรับรองจากสำนักจุฬาราชมนตรีหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองการไปประกอบพิธีฮัจญ์
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย
- ถ้าผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์เป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้ยึดระเบียบการทำหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า
15 ปี หรือ ผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี แล้วแต่กรณี
- ค่าธรรมเนียม
- การทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์
มีค่าธรรมเนียม 400 บาท และหนังสือเดินทางมี
อายุ 2 ปี
สถานที่ในการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง
กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล
- ที่อยู่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
- โทรศัพท์ 0-2981-7171
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา
- ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็ลทรัลซิตี้ บางนา บริเวณลานจอดรถ
ชั้น P9
- โทรศัพท์ 0-2361-0888 (ต่อ 3591) , 0-2383-8400
(ต่อ 3591), 0-2383-8402-3 (งานต่ออายุ)
โทรสาร 0-2383-8398
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า
- ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 8 ถนนบรมราชชนนี
- โทรศัพท์ 0-2884-8829 , 0-2884-8830 โทรสาร 0-2884-8823
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดขอนแก่น
- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น ถนนศูนย์ราชการ
จังหวัดขอนแก่น
- โทรศัพท์ 0-4324-2707 โทรสาร 0-4324--3441
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดเชียงใหม่
- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
- โทรศัพท์ 0-5389-1535-6 โทรสาร 0-5389-1534
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดสงขลา
- ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา (หลังเก่า) ชั้น 1
ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.สงขลา 9000
- โทรศัพท์ 074-326510, 074-326511 โทรสาร 074-326506
เวลาทำการ : กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล
8.00 น. ถึง 15.30 น.
สำนักงานชั่วคราวที่อื่น 8.30 น. ถึง 15.30 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือเดินทางเป็นเอกสารอันมีค่าไม่ควรให้ตกไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่มิได้รับมอบหมาย
บุคคลสัญชาติไทยถือหนังสือเดินทางได้ฉบับเดียว เมื่อหนังสือเดินทางมีอายุน้อยกว่า
6 เดือน (ใช้เดินทางไม่ได้) สามารถนำมาขอต่ออายุได้อีก
5 ปี หรือหากต้องการหนังสือเดินทางฉบับใหม่จะต้องนำฉบับเดิมมายกเลิกก่อน
หากหนังสือเดินทางสูญหายผู้ถือจะต้องแจ้งกองหนังสือเดินทาง
หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น หรือสถานทูตสถานกงสุลไทยทราบทันที
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.mfa.go.th